งานวิจัยมะเร็ง

ผลงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์

ภูมิคุ้มกันที่สมดุลมิติใหม่ในการดูแลสุขภาพ  ทางเลือกใหม่ของการพิชิตเซลล์มะเร็งด้วยพืชไทย แม้ว่าการผ่าตัด การฉายรังสี และเคมีบำบัด จะเป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็ง ที่วงการแพทย์ปัจจุบันยอมรับว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ด้วยผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรงต่อผู้ป่วย เช่น คลื่นไส้ ผมร่วง และการกดภูมิคุ้มกัน  ทำให้ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาการพิชิตมะเร็งด้วยระบบภูมิคุ้มกันบำบัดได้กลายเป็นที่จับตามองของนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศในฐานะมิติใหม่ของการรักษามะเร็ง
สำหรับในประเทศไทยมีคณะนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งนำโดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM ที่ได้ศึกษาวิจัยวิธีพิชิตเซลล์มะเร็งด้วย ภูมิคุ้มกันบำบัด (Natural Immunotherapy) จนประสบณ์ความสำเร็จในปี 2008 โดยมีผลพิสูจน์ชัดเจน Natural Immunotherapy หรือ การรักษาโรคด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด คือการเข้าไปกระตุ้นเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานหรือยับยั้งการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันให้อยู่ในภาวะสมดุลไม่มากไม่น้อยเกินไป เรียกว่าเป็นการใช้กลไกธรรมชาติหรือเม็ดเลือดขาวที่มีอยู่ราว 20,000 – 55,000 ล้านเม็ด ซึ่งเป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่ธรรมชาติสร้างมาให้เราต่อสู้กับโรคด้วยตัวเอง เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายใช้กลไกธรรมชาติที่มีต่อสู้กับโรคด้วย

คณะนักวิจัย Operation BIM จึงได้นำสารสกัดจากมังคุด ถั่วเหลือง ฝรั่ง งาดำ และบัวบก  ที่มีอานุภาพสูงนี้ไปกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้เพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์ T พิฆาต ในร่างกาย ซึ่งมีหน้าที่จัดการกับเซลล์มะเร็งอยู่แล้ว และได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพการสร้างภูมิคุ้นกัน โดยให้อาสาสมัครรับประทาน 4 แคปซูล/วัน เป็นเวลา 15 วัน พบว่า งานวิจัย APCO กระตุ้นเม็ดเลือดขาว Th1 เพิ่มขึ้น 2 เท่า, Th9 เพิ่มขึ้น 2 เท่า และ Th17 เพิ่มขึ้น 5 เท่า (Th เหล่านี้ก็คือเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกัน)  เมื่อเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้น  หลักของภูมิคุ้มกันวิทยาก็คือ มันจะไปกระตุ้น เซลล์ T พิฆาต ซึ่งมีอยู่ในร่างกายให้เพิ่มอานุภาพในการกำจัด เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส เนื้องอก และมะเร็ง วิธีการแบบนี้เป็นวิธีการเฉพาะเจาะจง ได้ผลที่ชัดเจนที่สุด และนี่คือ "นวัตกรรม" มิติใหม่ของการดูแลสุขภาพในการจัดการเซลล์มะเร็ง

 

 



ผลิตภัณฑ์งานวิจัย APCO
จัดการเซลล์มะเร็งได้อย่างไร

 

 

มะเร็งเกิดจากสภาวะภูมิคุ้มกันน้อยเกินไปและเม็ดเลือดขาวเพชฌฆาตไม่สามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งได้การทำงานของผลิตภัณฑ์งานวิจัย APCO ไปกระตุ้นการเพิ่มจำนวนของ Killer T Cell ให้เพิ่มอานุภาพยิ่งขึ้นด้วยการกระตุ้น Th1, Th9 และ Th17 มากกว่าหลายเท่า จึงทำให้ NK Cell และ T Cell เพิ่มอานุภาพในการจัดการเซลล์มะเร็งมากยิ่งขึ้นและยังพบว่าผลิตภัณฑ์งานวิจัย APCO ชนิดน้ำ มีสาร GM1 และ Polysaccharide (พอลิแซกคาไรด์) ที่กระตุ้นให้ NK Cell มีประสิทธิภาพในการจัดการเซลล์มะเร็งเพิ่มขึ้นและยังเพิ่มอานุภาพ Killer T Cells ด้วยการกระตุ้น IL9 และ IL18 และยังสามารถระงับการแพร่ขยายของเซลล์มะเร็งด้วย Alpha Hydroxy Acidc (อัลฟาไฮดรอกซี่เอซิส) ที่ดักจับธาตุเหล็กอิสระที่เซลล์มะเร็งใช้ในการสังเคราะห์ไขมันของเยื่อบุผนังเซลล์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผลิตภัณฑ์งานวิจัย APCO สามารถเพิ่มจำนวน Natural Killer Cell และ Killer T Cells ขึ้นพร้อมๆ กันภายในร่างกายเซลล์ทั้งสองจึงช่วยกันกำจัดเซลล์มะเร็งอย่างปลอดภัยและยังสามารถปรับประสิทธิภาพให้เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามต้องการ

 

 

Natural Immunotherapy หรือ การรักษาโรคด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด คือการเข้าไปกระตุ้นเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานหรือยับยั้งการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันให้อยู่ในภาวะสมดุลไม่มากไม่น้อยเกินไป เรียกว่าเป็นการใช้กลไกธรรมชาติของเม็ดเลือดขาวที่มีอยู่ราว 20,000 – 55,000 ล้านเม็ด ซึ่งเป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่ธรรมชาติสร้างมาให้เราต่อสู้กับโรคด้วยตัวเอง เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายใช้กลไกธรรมชาติที่มีต่อสู้กับโรคด้วย
คณะนักวิจัย Operation BIM จึงได้นำสารสกัดจากมังคุด ถั่วเหลือง ฝรั่ง งาดำ และบัวบก ที่มีอานุภาพสูงนี้ไปกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้เพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์ T พิฆาต ในร่างกายของเรา ซึ่งมีหน้าที่จัดการกับเซลล์มะเร็งอยู่แล้ว และได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพการสร้างภูมิคุ้นกัน ให้อาสาสมัครรับประทาน 4 แคปซูล/วัน เป็นเวลา 15 วัน พบว่า งานวิจัย APCO กระตุ้นเม็ดเลือดขาว Th1 เพิ่มขึ้น 2 เท่า Th9 เพิ่มขึ้น 2 เท่า และ Th17 เพิ่มขึ้น 5 เท่า (Th เหล่านี้ก็คือเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกัน) เมื่อเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้น หลักของภูมิคุ้มกันวิทยาก็คือ มันจะไปกระตุ้น เซลล์ T พิฆาต ซึ่งมีอยู่ในร่างกายให้เพิ่มอานุภาพในการกำจัด เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส เนื้องอก รวมถึงมะเร็ง วิธีการแบบนี้เป็นวิธีการเฉพาะเจาะจง ได้ผลที่ชัดเจนที่สุด และนี่คือ มิติใหม่ของการดูแลสุขภาพในการจัดการเซลล์มะเร็ง

 

 




การทำงานของ ผลิตภัณฑ์งานวิจัย APCO ในการจัดการเซลล์มะเร็ง



คุณอ้อ มะย่น

(ผู้เคยเป็นมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย)

ผู้เคยเป็นมะเร็งเต้านมมานานกว่า 10 ปี และปฏิเสธการรักษาด้วยเคมีบำบัดเพราะกลัวผลข้างเคียง จนมะเร็งได้ลุกลามถึงระยะสุดท้าย เต้านมเพิ่มขนาดขึ้นจนระเบิดน้ำเหลืองและเลือดไหลออกจากเต้านมตลอดเวลา มีอาการไอตลอดเวลา อ่อนเพลียจนไม่สามารถลุกเดินได้และรับประทานอาหารไม่ได้ เธอได้เล่าว่า

"หลังจากตัดสินใจใช้นวัตกรรม APCO ในปี 2557 ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพียง 5 เดือนก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติ"

เมื่อเวลาผ่านไป 2 ปี ก็ตรวจไม่พบเซลล์มะเร็งอีกเลย ค่าตับและไตก็ปกติ วันที่ 4 เมษายน 2559 CA 15-3 = 29.3 U/ml วันที่ 1 มกราคม 2560 CA 15-3 = 23.8 U/ml ซึ่งคนปกติค่าบ่งชี้มะเร็งเต้านม CA 15-3 ต้องไม่เกิน 0-25 U/ml


*ผลลัพธ์ที่ได้อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล*

 


 



ดร.อมริศา มณีรุ่ง
(ผู้เคยเป็นเนื้อร้ายที่เต้านม)

เมื่อปี 2559 ตัดสินใจรักษาด้วยการผ่าตัดเคมีและรังสีบำบัด พยายามต่อสู้จนจบกระบวนการ แต่แล้วปัญหาเนื้อร้ายก็กลับมาใหม่และยังลามไปยังกระดูกอีกด้วย

ต่อมา ดร.อมริศา ติดต่อทำการรักษาที่ประเทศญี่ปุ่น โดยการเพาะ NK cell หรือ Killer T Cell ซึ่งมีค่าใช้จ่ายถึง 12 ล้านบาท และได้ประสานงานไว้เรียบร้อยและรอเดินทางไปรักษา ระหว่างนั้นได้พบนวัตกรรม APCO ที่ใช้วิธีการเดียวกันและมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า จึงได้เข้ามาปรึกษา ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา

หลังการใช้เพียงระยะสั้น ๆ ค่า CA15-3** จาก 53.1 ลดลงจนอยู่ในระดับปกติที่ 17.0 U/ml อีก 1 เดือนต่อมา ดร.อมริศา ก็มาเล่าข่าวดีให้เราฟังอีกครั้งว่าค่า CA15-3 ลดลงไปอีกเหลือแค่ 8 U/ml เท่านั้น ทำให้คนในครอบครัวดีใจกันมากและคุณภาพชีวิตของเธอก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


*ผลลัพธ์ที่ได้อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล*

 


 



คุณกัญญ์ดริน ธนทวีประเสริฐ
(ผู้เคยเป็นมะเร็งปากมดลูกลามไปกระดูกเชิงกราน)

เมื่อปี 2560 ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก ลามไปกระดูกเชิงกรานระยะ 3 ไป 4 ไม่สามารถผ่าตัดได้ วางแผนการรักษา คือฉายแสง 28 ครั้ง ฝังแร่ 3 ครั้ง และเคมีบำบัด 8 ครั้ง ประสบปัญหาเม็ดเลือดต่ำกว่า 3,000 เซลล์/มล. ทำให้ไม่สามารถให้เคมีต่อได้ และหลังให้คีโมต้องทนกับอาการข้างเคียงอย่างรุนแรงของคีโม

และตัดสินใจใช้นวัตกรรม APCO เมื่อกลางเดือนตุลาคม 2560 ใช้มาระยะหนึ่งปรากฏว่าเม็ดเลือดขาวที่เคยต่ำกลับสูงขึ้น ประมาณ 6,000-7,000 เซลล์/มล. สามารถให้เคมีบำบัดจนจบคอร์สโดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลเลือดอีกต่อไป อาการข้างเคียงจากคีโม ก็ลดน้อยลงร่างกายแข็งแรงขึ้น ล่าสุด ผล CT-Scan ระบุว่าตรวจไม่พบแล้ว ทั้งที่ปากมดลูกและกระดูกอุ้งเชิงกราน อีกทั้งการทำงานของตับและไตและเม็ดเลือดขาวก็ดี ถือได้ว่าอาการมะเร็งสงบแล้ว


*ผลลัพธ์ที่ได้อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล*

 


 



คุณสุภัสสรา เอมเอก
(ผู้เคยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 4 ลามไปกระดูก)

ผู้เคยเป็น เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะ 4 ลุกลามไปที่กระดูกขาขวาทำให้กระดูกขาหัก ซึ่งได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด 8 คอร์ส และรักษาอาการที่ขาขวาด้วยการผ่าตัดใส่เหล็ก และฉายแสง แต่กระดูกไม่งอก ครั้งที่สองผ่าตัดปลูกถ่ายกระดูก แต่ทำไม่สำเร็จ จึงเริ่มใช้นวัตกรรม APCO โดยการแนะนำจากเพื่อนที่เป็นมะเร็งพบว่า

        - 2 สัปดาห์ ผิวพรรณเปลี่ยนแปลง รู้สึกสดชื่น ไม่เพลีย

        - 3 เดือนต่อมา ผล X-Rays ช่องว่างของกระดูกขา เริ่มมีเงาให้เห็นลางๆ

        - 6 เดือน ผล X-Rays กระดูกขา พบกระดูกงอกเพิ่มกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

        - 1 ปี ผล X-Rays กระดูกขาชี้ชัดว่า กระดูกติดดีแล้ว ไม่มีช่องว่าง

        - 3 ปี ผลของการตรวจติดตามมวลกระดูกพบว่าปกติดี และการตรวจเลือดติดตามผลของมะเร็งก็ปกติดีทุกครั้ง

        - 4 ปี หลังการตามตรวจต่อเนื่องได้รับคำกล่าวว่า “คุณสบายใจได้แล้วนะคะ ตอนนี้โรคหายแล้ว”

        - 6 ปี (ปี 2560) ผลตรวจสุขภาพประจำปี และผลตรวจเลือดปกติ และเมื่อช่วงปลายปีมีโอกาส X-Rays กระดูกขาขวา พบว่ากระดูกหนาดีมาก


*ผลลัพธ์ที่ได้อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล*

 


 



คุณรภัสรา ฉลาดยิง
(ผู้เคยเป็นมะเร็งจมูกระยะสุดท้ายลามไปต่อมน้ำเหลือง)

ผู้เคยเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูกระยะสุดท้ายลุกลามไปต่อมน้ำเหลือง ต้องได้รับเคมีบำบัด 10 ครั้งพร้อมกับฉายแสงอีก 33 ครั้งและมีโอกาสรอดเพียง 20% จึง Search หาข้อมูลจนมาเจอนวัตกรรม APCO และเริ่มใช้ ผลที่สังเกตได้

        - ผลการตรวจเลือดก่อนทำเคมีบำบัดผ่านทุกครั้งจนจบ ในขณะที่เพื่อนต้องหยุดพักเนื่องจากค่าเกร็ดเลือดไม่ผ่าน

        - ระหว่างทำเคมี ผมร่วงบางส่วนตรงหลังศีรษะ ในขณะที่คนอื่นผมร่วงจนต้องโกนผมแล้วใส่วิก หรือใส่หมวก

        - 5 เดือน หลังจากให้เคมีครบคอร์ส ผล MRI แม้ยังพบเนื้องอกอยู่ 50% แต่ผลการตรวจชิ้นเนื้อ ไม่พบเซลล์มะเร็ง ทำให้ทุกคนๆ ต่างรู้สึกประหลาดใจ จึงได้รับการขยายเวลานัดออกไป

        - สามารถรับรู้รสชาติเปรี้ยว หวาน เค็มได้ก่อน 1 ปี และทุกวันนี้แข็งแรง ขับรถกระบะ และไปวัดนั่งกรรมฐานได้ แต่ยังคอแห้ง เพราะต่อมน้ำลายถูกทำลายต้องจิบน้ำบ่อยๆ และยังคาสายให้อาหารอยู่ที่หน้าท้อง


*ผลลัพธ์ที่ได้อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล*

 


 



คุณสุเทพ แหวนทอง
(ผู้เคยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลามไปถึงกระดูกสันหลัง)

ผู้เคยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลามไปกระดูกสันหลัง ซึ่งได้ผลตรวจพบค่าบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก PSA สูงมากอยู่ที่ 100 ng/ml จึงตัดชิ้นเนื้อไปตรวจปรากฏว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก หลังจากผ่าตัดผ่าตัดมะเร็งออกไปกลับทำให้เดินไม่ได้ เพราะมะเร็งลุกลามไปกระดูกสันหลัง ร่างกายท่อนล่างตั้งแต่เอวจนถึงปลายเท้าจะกระดิกกระเดี้ยตัวไม่ได้ เดินไม่ได้

จนเริ่มใช้นวัตกรรม APCO หลังใช้ 11 เดือน ค่า PSA อยู่ที่ 0.82 ng/ml สุขภาพโดยรวมทั้งหมดดีขึ้นถึง 70% หลังใช้ 16 เดือน สุขภาพแข็งแรงดี คุณสุเทพ ได้เล่าว่า "คุณภาพชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิมจากที่เดินไม่ได้เลย มาตอนนี้ช่วยเหลือตัวเองได้ เข้าห้องน้ำ ทานอาหารเองได้ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นให้เดือดร้อน ใช้ไม้เท้าช่วยพยุงเดินระยะใกล้ได้ สามารถนั่งนานๆ ได้ หลังใช้ 2 ปี ค่า PSA อยู่ที่ 1 กว่าๆ และผลเอกซเรย์กระดูกสันหลังพบว่าสมบูรณ์ดีเดินระยะทางใกล้ๆ ได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้า "

ตอนนี้เกือบ 7 ปีแล้ว พบว่าการทำงานของตับ ไต จำนวนเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกร็ดเลือดอยู่ในระดับปกติ และค่า PSA อยู่ที่ 0.002 ng/ml ซึ่งคนปกติค่าบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก PSA ต้องไม่เกิน 4


*ผลลัพธ์ที่ได้อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล*

 


 



คุณอนุศิษฏ์ ทองคำ
(ผู้เคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3)

ผู้เคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ซึ่ง ผลตรวจระบุว่า เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ขั้นที่ 3 พบเนื้อร้ายตามความยาวของลำไส้ใหญ่ 9 ซ.ม. จนเจ้านายได้หาข้อมูลการดูแลจากในเน็ต และได้รู้จักนวัตกรรม APCO จึงเริ่มใช้ทันที และเขาได้เล่าว่า

"ระหว่างพักเพื่อรอผ่าตัดพบว่ากลางคืนนอนหลับสบายดีจนภรรยาและลูกเฝ้ายังแปลกใจและยังขับถ่ายดีขึ้น ต่อมาเมื่อเข้ารับการผ่าตัดอยู่ 2 ช.ม. ผู้เชี่ยวชาญเล่าให้ฟังว่าควานหาเนื้อร้ายที่ลำไส้ใหญ่ไม่เจอ จึงได้แต่ผ่าตัดเอาไส้ติ่ง และส่วนลำไส้ใหญ่ส่วนที่มีรอยพรุนออกไป 40 ซ.ม.แทน และไม่ต้องทำเคมีบำบัด ไม่ต้องฉายแสง เพราะการผ่าตัดหาเนื้อร้ายไม่พบ หลังจากนอนพักฟื้นอยู่ 1 เดือนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ดูแลอาหารด้วยการทานแต่ผัก กับปลา และต้องขอขอบคุณเจ้านายมากแนะนำนวัตกรรม APCO มาให้"

จากนั้นก็ได้รับการนัดตรวจติดตามผลอยู่ 2 ปีจนปัจจุบันไม่ได้รับนัดตรวจแล้วแล้วและใช้ชีวิตได้ตามปกติพร้อมกับมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


*ผลลัพธ์ที่ได้อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่บุคคล*

 


 

รางวัลที่ได้รับ

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 16,817