โรคข้อเข่าเสื่อม กับ ภูมิคุ้มกันบำบัด


ภาพแสดงคณะนักวิจัย Operation BIM
 
คณะนักวิจัย Operation BIM นำโดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย มีประสบการณ์เรื่องการวิจัยรวมหลายทศวรรษ มีความเข้าใจว่าสารที่อยู่ในพืช ซึ่งเป็นอาหารของมนุษย์มาหลายชั่วอายุคน มีผลต่อการทำงานของเม็ดเลือดขาวที่ควบคุมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย หากพิสูจน์ได้ว่าสารในพืชชนิดต่างๆ มีผลต่อการทำงานของเม็ดเลือดขาวอย่างไร จะสามารถนำสารเหล่านั้นมาใช้เพื่อปรับระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ โดยมีเป้าหมายคือปรับระดับภูมิคุ้มกันที่ไม่สมดุลกลับสู่สภาวะสมดุล ส่งผลให้ร่างกายที่มีอาการผิดปกติ เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม โรคภูมิแพ้อากาศ โรคมะเร็ง หรือโรคเอดส์ เป็นต้น จากอาการที่รุนแรงจะดีขึ้นหรือกลับสู่สภาวะปกติได้

"โรคข้อเข่าเสื่อม"

ภาพแสดงอาการปวดข้อเข่าผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม
 
โรคข้อเข่าเสื่อม เกิดจากการสึกกร่อนและการเสื่อมของกระดูกอ่อนที่ข้อเข่า ซึ่งกระดูกอ่อนจะทำหน้าที่ปกป้องและดูดซับแรงกระแทกภายในข้อเข่า หากกระดูกอ่อนเกิดความเสียหาย กระดูกข้อเข่าจะเสียดสีกันเองทำให้เกิดการอักเสบ ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมจะมีอาการปวด ข้อฝืด ข้อติด เคลื่อนไหวได้น้อยลง เมื่อโรคดำเนินไปต่อไปเรื่อยๆ จะมีการสร้างของเนื้อกระดูกบริเวณข้อเข่า ทำให้ข้อเข่าผิดรูป อาการปวดจะเพิ่มขึ้น การทรงตัวไม่ดี และอาจถึงขั้นเดินไม่ได้ในที่สุด
 

บทสัมภาษณ์ ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา เรื่องโรคข้อเข่าเสื่อม
 
ภาพแสดงระยะการสึกกร่อนและการเสื่อมของกระดูกอ่อนที่ข้อเข่า

สาเหตุและปัจจัยสำคัญ

อายุ เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุด โดยเมื่ออายุเพิ่มขึ้นความเสี่ยงที่จะเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมก็จะเพิ่มมากขึ้น มักพบในผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ก็สามารถเกิดกับผู้ที่มีอายุน้อยได้เช่นกัน
เพศ พบว่าเพศหญิงมีโอกาสเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย
กรรมพันธุ์ ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมจะพบว่ามีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมาก่อน
น้ำหนักตัว เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อม โดยผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินหรือเป็นโรคอ้วน ทำให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนัก 3-4 เท่าต่อน้ำหนักตัว ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้
การใช้งานข้อเข่าหนักเกินไปหรือได้รับบาดเจ็บ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อม อาจเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน, เล่นกีฬาหักโหม หรือประสบอุบัติเหตุ ถึงแม้ว่าจะได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมในอนาคตได้
 - เกิดจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่นๆ ข้อเข่าเสื่อมอาจมีสาเหตุจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่นๆ ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดการทำลายของข้อต่อ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม

ภาพแสดงวิธีการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยวิธีการฉีดยาเข้าข้อเข่า
 
มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยและระยะของโรค เช่น การใช้ยาทาน ยาฉีด และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอาการปวด ชะลอการดำเนินของโรค ฟื้นฟูการทำงานของข้อเข่า เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติมากที่สุด

"ภูมิคุ้มกันบำบัด"
 
ภาพแสดงการเปรียบเทียบการทำงานของเม็ดเลือดขาว
 
ระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบด้วยเม็ดเลือดขาวและสารหลั่งจากเม็ดเลือดขาว โดยเม็ดเลือดขาวจะถูกสร้างขึ้นภายในไขกระดูก จากนั้นจะเคลื่อนที่เข้าสู่กระแสเลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อในร่างกาย เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะกำจัด จดจำและผลิตโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า แอนติบอดี ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อโรคดังกล่าว และเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อในครั้งต่อไป

“ภูมิคุ้มกันที่ดีไม่ใช่ภูมิคุ้มกันที่มาก
แต่หมายถึงภูมิคุ้มกันที่สมดุล"

ในทางภูมิคุ้มกันวิทยา โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากเม็ดเลือดขาวหลั่งสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบมากเกินไป คือ IL-1beta, TNF-alfa, IL-6 และ IL-17 คณะนักวิจัย Operation BIM ได้วิจัยและพัฒนาสารเสริมประสิทธิภาพจากมังคุด งาดำ ถั่วเหลือง ฝรั่ง และบัวบก ที่พิสูจน์โดยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์แล้วว่าสามารถลดสารที่ก่อการอักเสบจากเม็ดเลือดขาวได้


กราฟแสดงผลการวิจัยเรื่อง ARTHRINOX

จากกราฟแสดงการลดลงของ IL-1beta, TNF-alfa, IL-6 และ IL-17 ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ เมื่อมีการปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันเป็นเวลา 15 วัน เมื่อสารดังกล่าวลดลงการอักเสบก็จะลดลง ส่งผลให้ลดอาการปวดข้อเข่า ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และบริเวณข้อเข่ายังสามารถฟื้นฟูโดยการสร้างคลอลาเจนและกระดูกอ่อนใหม่ได้อีกด้วย

ข้อดีการเลือกรักษาด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัด

1. มีประสิทธิภาพในการรักษา เนื่องจากมีงานวิจัยรับรองชัดเจน มีความน่าเชื่อถือสูง มีการทดสอบในมนุษย์ และเป็นที่ยอมรับมามากกว่า 10 ปี
2. เป็นการรักษาที่ต้นเหตุของโรค เนื่องจากการรักษาด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัดจะช่วยลดสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบบริเวณข้อเข่า เมื่อสารเหล่านั้นลดลงจะช่วยลดอาการปวด และข้อเข่ายังสามารถฟืนฟูด้วยวิธีธรรมชาติได้อีกด้วย
3. มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากวัตถุดิบสกัดจากพืช ได้แก่ มังคุด งาดำ ถั่วเหลือง ฝรั่ง และบัวบก เรียกได้ว่าเป็นการรักษาด้วยธรรมชาติ 100%
4. สามารถใช้ควบคู่กับการรักษาด้วยวิธีการแพทย์แผนปัจจุบันได้ โดยจะส่งเสริมการรักษาการแพทย์ปัจจุบัน ให้ผู้ป่วยมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีพร้อมสำหรับการรักษา

"ประสบการณ์จากผู้ใช้"



 
คุณสมจิตต์ จันทร์ตระกูล
ผู้เคยเป็นปัญหาข้อเข่าเสื่อม

คำบอกเล่าจาก คุณสมจิตต์ จันทร์ตระกูล "เกือบ 2 ปีมาแล้วเวลาเดินรู้สึกปวดหัวเข่าซ้ายต้องเดินช้าๆ แม้ในบางครั้งนั่งเฉยๆ ก็ยังปวด เวลาลงจากรถแล้วต้องยืนนิ่งๆ สักพักถึงจะเดินต่อไปได้ ตอนนอนต้องหาหมอนมาหนุนใต้หัวเข่า แต่ถ้าพลิกตัวจะปวดเข่าจนรู้สึกตัวตื่น งอขาไม่ได้ทำให้นั่งกับพื้นนั่งขัดสมาธิไม่ได้ เวลาใส่กางเกงต้องนั่งบนเตียง เพราะยกขาไม่ขึ้นรู้สึกตึงขามาก เวลาลงบันไดต้องลงแบบก้าวชิดก้าว และใช้มือจับราวบันไดช่วยดึงตัวขึ้นและพยุงตัวลง ผลตรวจระบุเป็นข้อเข่าเสื่อม เคยให้ลูกชายพาไปนวดไปจับเส้นตามที่ต่างๆ ก็ไม่ดีขึ้น" แล้วคุณสมจิตต์อาการดีขึ้นได้อย่างไร เชิญรับชมคลิป
 



คุณสมจิตต์ เกษรบัว
ผู้เคยเป็นปัญหาข้อเข่าเสื่อม และรองช้ำ

คำบอกเล่าจาก คุณสมจิตต์ เกษรบัว "ตั้งแต่ต้นปี 57 หัวเข่าริ่มมีเสียงลั่นก๊อกแก๊กๆ พอเดือนมีนาคมหัวเข่าขวาบวมขึ้นมา รู้สึกปวดและตึง คุกเข่า นั่งพับเพียบ และนั่งงอขาไม่ได้ ต้องนั่งเก้าอี้ใส่กางเกง เวลาขึ้นลงบันไดใช้มือจับราวช่วยเหนี่ยวตัวพยุงตัว และทิ้งน้ำหนักลงที่ขาซ้ายแทน กลางคืนต้องนอนเหยียดขา หรือนั่งซักผ้าเหยียดขา เพราะงอขามากจะปวดเข่า ถ้ายืนทำกับข้าวสัก 10 นาที จะตึงและปวดที่หัวเข่า และเป็นรองช้ำมีอาการเจ็บที่ส้นเท้าซ้ายตั้งแต่ปลายปี 56 สาเหตุเกิดจากใส่รองเท้าแตะพื้นแข็งๆ เดินอยู่ 2-3 วัน ทำให้เวลาเดิน หรือยืนนานๆ ปวดที่ส้นเท้าซ้ายมากจนต้องเดินเขย่งแม้แต่ใส่รองเท้าพื้นนิ่มๆ ก็ยังปวด" แล้วคุณสมจิตต์อาการดีขึ้นได้อย่างไร เชิญรับชมคลิป
 


 
คุณสัมพันธ์ สาลีผลิน
ผู้เคยเป็นปัญหาข้อเข่าเสื่อม และหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

คำบอกเล่าจาก คุณสัมพันธ์ สาลีผลิน "ตั้งแต่ต้นปี 57 มีอาการปวดหัวเข่ามาก เดินไม่สะดวก นั่งกับพื้นไม่ได้ ต้องเดินขึ้นบันไดที่ละขั้นๆ แบบก้าวชิดก้าว หรือไม่ต้องจับโหนราวบันได เวลาที่ปวดมากจะนอนไม่ได้เลย ส่งผลให้ใช้ชีวิตประจำวันยากลำบาก ไปไหนมาไหนไม่สะดวก ผลตรวจเอกซเรย์ระบุเป็นข้อเข่าเสื่อมข้าวซ้ายเสื่อมมากกว่าข้างขวา แต่หัวเข่าขวากลับปวดแบบเสี่ยวๆ มากกว่าข้างซ้าย ซึ่งอาการปวดแบบนี้อาจเกี่ยวข้างกับระบบประสาทด้วย จึงตรวจเพิ่มเติมด้วยการทำ MRI ผลปรากฏว่าเป็นหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทร่วมด้วย จึงดูแลด้วยการทานยา และทำกายภาพบำบัดนาน 4-5 เดือน ส่วนใหญ่อาการยังทรงตัวอยู่อย่างนั้น บางครั้งปวดมากก็ต้องฉีดยา และทานยาแก้ปวดแต่เมื่อหมดฤทธิ์ยาก็จะปวดอีก ด้วยเหตุที่ต้องทานยาวันละ 10 กว่าเม็ด และไม่รู้ต้องทานถึงเมื่อไหร่ทำให้กังวลว่าจะมีผลต่อตับ และไต จึงเริ่มหาวิธีการดูแลตนเองจากอินเทอร์เน็ต" แล้วคุณสัมพันธ์อาการดีขึ้นได้อย่างไร เชิญรับชมคลิป
 



คุณสุภาพร ชัยดิลกลาภ
ผู้มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม และนิ้วล็อค
 
คำบอกเล่าจาก คุณสุภาพร ชัยดิลกลาภ "ปวดหัวเข่ามา 8 ปี เริ่มเป็นที่หัวเข่าขวาก่อน ต่อมาเป็นทั้ง 2 ข้าง เดินมากๆ หรือยืนนานๆ ไม่ได้ เพราะปวดมากจนอักเสบรู้สึกร้อนที่หัวเข่า ส่วนขาข้างซ้ายจะตึงตรงข้อพับ ต้องเอามือนวดๆ กดๆ ให้หายตึง เวลาขึ้นบันไดใช้ 2 มือจับราวบันไดเพื่อดึงตัวขึ้นบันไดทีละขั้นแต่ตอนเดินลงจะเจ็บมากกว่า เพราะมีแรงกระแทกที่หัวเข่า ถ้าอยู่ในบ้านบางครั้งเดินลงบันไดด้วยวิธีถอยหลังลง หรือนั่งกับพื้นบันไดกระเถิบลงทีละขั้นลงนั่งยองๆ ได้ไม่สุดลงได้แค่ครึ่งเดียว นั่งพับเพียบได้ 4-5 นาทีก็ต้องรีบเปลี่ยนมาเป็นนั่งเหยียดขาแทน บางที่หลังจากยืนสอนหนังสือกลับเข้าบ้านตอนเย็นจะปวดจนยืนทำกับข้าวไม่ไหว อาการเป็นๆ หายๆ มาตลอด และเมื่อ 5-6 เดือนก่อนพอตื่นขึ้นมาช่วงค่อนแจ้งรู้สึกเจ็บ และตึงข้อมือทั้ง 10 นิ้ว นิ้วแข็งกำเข้าได้ไม่สุดแบมือออกได้แต่เจ็บต้องแช่น้ำอุ่น 5-10 นาทีจึงจะดีขึ้น" แล้วคุณสุภาพร อาการดีขึ้นได้อย่างไร เชิญรับชมคลิป



"เกี่ยวกับบริษัท"


 
บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “APCO”) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2531 ภายใต้ชื่อ บริษัท แนทเจอรัล คอสเมติคส์ รีเสิร์ช จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเสริมความงามและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดธรรมชาติ ต่อมาในปี 2548 ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) และวันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 เข้าจดทะเบียนซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ MAI ภายใต้สัญลักษณ์ “APCO”
 
2 มิถุนายน 2531 ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ก่อตั้งบริษัท แนทเจอรัล คอสเมติกส์ จำกัด เพื่อผลิตเครื่องสำอางเพื่อความงามจากงานวิจัยสารสกัดมังคุด และสารสกัดธรรมชาติอื่นๆ
 
12 กรกฎาคม 2548 บริษัท แนทเจอรัล คอสเมติกส์ จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน)
 
4 พฤศจิกายน 2554 บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) เริ่มการจำหน่ายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ MAI
 
ปี 2557 APCO ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ 3 รางวัลจากตลาดหลักทรัพย์ คือ  Best CEO Award, Best Company Performance Award และ the Most Improved CSR Award
 
24 มิถุนายน 2558 นิตยสาร Forbes จัดให้ APCO เป็นบริษัทที่มีผลประกอบการดีเด่น 1 ใน 200 บริษัทในเอเชียมูลค่าต่ำกว่า 1,000 ล้านเหรียญ
 
4 กันยายน 2558 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ รับรองผลงาน APCO cap ให้เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของชาติไทยสำหรับเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ติดเชื้อ HIV ทั่วโลก
 
ปี 2558 APCO ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ 2 รางวัลจากตลาดหลักทรัพย์ คือ  Best CEO Award และ Best Company Performance Award


14 พฤษภาคม 2561 APCO ย้ายหลักทรัพย์เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย



Reference:
- http://www.apco.co.th/scientist.html/
- https://health.mthai.com/knowledge/12408.html/
- https://www.herb-industry.com/content/16139/
- http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/317203/
- http://www.pharmaceuticaldaily.com/targovax-protects-its-neoantigen-vaccines-in-usa-for-ras-mutated-cancers/
- http://www.apco.co.th/research_operationbim.html/
- http://www.apco.co.th/research-arthrinox.html
- http://www.apco.co.th/background.html/
 

 
"พูดคุยกับเรา"

061-5639356, 099-1655562
nathakorn.j@gmail.com
Arokayabybim
Arokayabybim - Joint
Visitors: 16,817