มะเร็งปากมดลูก กับ ภูมิคุ้มกันบำบัด

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่เกิดบริเวณปากมดลูกของผู้หญิง มีอาการบ่งชี้ คือ ตกขาวมากผิดปกติ ตกขาวคล้ายหนอง เลือดออกจากช่องคลอดอย่างผิดปกติโดยที่ไม่ใช่เลือดประจำเดือน มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือผู้ที่อยู่ในวัยทองมีเลือดออกหลังจากที่หมดประจำเดือนไปแล้ว ซึ่งโดยทั่วไปมักไม่พบอาการแสดงในระยะแรกที่เริ่มป่วย แต่จะมีอาการเมื่อเซลล์มะเร็งได้ลุกลามไปแล้วมะเร็ง เป็นการเจริญเติบโตของเซลล์ที่แบ่งตัวผิดปกติอย่างควบคุมไม่ได้ หรือเซลล์ที่เกิดการกลายพันธุ์ เกิดเป็นเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายลุกลามไปตามอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายผ่านทางระบบเลือดและน้ำเหลือง มะเร็งปากมดลูก คือ การเกิดเซลล์ผิดปกติบริเวณปากมดลูก ที่อยู่ส่วนภายในสุดของช่องคลอด เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างช่องคลอดกับมดลูก และเป็นทางผ่านของเลือดประจำเดือน
 "ผู้เคยประสบปัญหา"
 
 
คุณกัญญ์ดริน ธนทวีประเสริฐ

++ ผู้เคยประสบปัญหามะเร็งปากมดลูก ++
 
อายุ 53 ปี ผู้เคยเป็นมะเร็งปากมดลูกลามไปกระดูกเชิงกราน เมื่อปี 60 ขณะอาบน้ำอยู่ รู้สึกแน่นไม่สบายท้องจึงลองกดบริเวณท้องน้อยปรากฎว่ามีเลือดไหลออกมาปริมาณมาก แต่ไม่เจ็บไม่ปวดจึงรีบไปร.พ. แพทย์แจ้งว่าเป็นมะเร็ง ต่อมาตรวจอย่างละเอียดผลระบุว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกลามไปกระดูกเชิงกรานระยะ 3 ไป 4 ไม่สามารถผ่าตัดได้ แผนการรักษาคือฉายแสง 28 ครั้ง ฝั่งแร่ 3 ครั้ง และเคมีบำบัด 8 ครั้ง ประสบปัญหาจำนวนเม็ดเลือดขาวต่ำกว่า 3,000 เซลล์/ม.ล.ทำให้ไม่สามารถให้เคมีต่อได้ ต้องลุ้นผลเลือดทุกครั้ง พอหลังจากให้เคมีได้แล้วก็ต้องทนกับอาการข้างเคียงอย่างรุนแรง เช่น เดินลงเต็มเท้าไม่ได้ เพราะเจ็บกระดูกใต้เท้า เดินไม่ค่อยไหว ต้องเกาะผนังเดิน และเจ็บปวดกระดูกทั้งตัวเป็นนานถึง 7 วันถึงจะลดลง ลูกสาวที่อเมริการู้จักนวัตกรรม APCO ก่อนจึงโทรมาขอร้องให้ลองใช้ดู ซึ่งเราเองยังไม่แน่ใจคิดว่าเป็นเรื่องโกหกจึงใช้เวลาในการตัดสินใจเกือบ 1 เดือน ถึงได้เริ่มใช้นวัตกรรม APCO เมื่อกลางเดือน ต.ค. 60 ผลที่ได้รับคือ เม็ดเลือดขาวแต่ละครั้งก่อนให้เคมีจะสูงขึ้นประมาณ 6,000-7,000 เซลล์/ม.ล. จึงสามารถให้เคมีบำบัดจนครบคอสโดยไม่ต้องคอยกังวลผลตรวจเลือดอีกต่อไป อาการข้างเคียงหลังเคมีลดน้อยลงมาก ปวดกระดูกเจ็บกระดูกลดลงเหลือแค่ 2-3 วัน หลังจากให้เคมีครั้งสุดท้ายเสร็จก็สามารถออกจาก ร.พ. นั่งรถไปบ้านบึงกลับไปยืนทำเบเกอรี่ต่อได้เลย บางคนถึงกับไม่เชื่อว่าเราเป็นมะเร็ง เพราะร่างกายเราแข็งแรงมาก ปัจจุบันผล CT-Scan ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 61 ระบุว่าตรวจไม่พบแล้วทั้งที่ปากมดลูก และกระดูกอุ้งเชิงกราน อีกทั้งการทำงานของตับ ไต และเม็ดเลือดก็ดีถือ ได้ว่าอาการมะเร็งสงบแล้วค่ะ
 
"ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล"




คุณจันทร์จิรา พลับเค็ทท์

++ ผู้เคยประสบปัญหามะเร็งปากมดลูกลากไปอวัยวะข้างเคียง ++
 
เมื่อปี 50 รู้ว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก รักษาด้วยวิธีฉายแสง, เคมีบำบัด และฝังแร่ อาการดีขึ้น ต่อมามีความรู้สึกว่าปวดซี่โครงข้างซ้ายจึงตรวงซ้ำ พบว่าเจอมะเร็งที่ต่อมน้ำเหลือง รักษาด้วยวิธีฉายแสงมีอาการแพ้หลังการรักษา จึงเปลี่ยนวิธีการรักษาเป็นเคมีบำบัดมีอาการแพ้อย่างรุนแรง ตัดสินใจหยุดการรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัด จึงเริ่มใช้งานวิจัย 3 สัปดาห์แรก คุณภาพชีวิตดีขึ้นเยอะมาก
 
"ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล"
 

 
คณะนักวิจัย Operation BIM นำโดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย มีประสบการณ์เรื่องการวิจัยรวมหลายทศวรรษ มีความเข้าใจว่าสารที่อยู่ในพืช ซึ่งเป็นอาหารของมนุษย์มาหลายชั่วอายุคน มีผลต่อการทำงานของเม็ดเลือดขาวที่ควบคุมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย หากพิสูจน์ได้ว่าสารในพืชชนิดต่างๆ มีผลต่อการทำงานของเม็ดเลือดขาวอย่างไร จะสามารถนำสารเหล่านั้นมาใช้เพื่อปรับระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ โดยมีเป้าหมายคือปรับระดับภูมิคุ้มกันที่ไม่สมดุลกลับสู่สภาวะสมดุล ส่งผลให้ร่างกายที่มีอาการผิดปกติกลับสู่สภาวะปกติได้
 
"ภูมิคุ้มกันบำบัด"



ภูมิคุ้มกันบำบัด คือ การปรับระบบภูมิคุ้มกันที่มากหรือน้อยเกินไปเข้าสู้สภาวะสมดุล เป็นมิติใหม่ในการดูแลสุขภาพและยังเป็นอีกทางเลือกของการพิชิตเซลล์มะเร็ง แม้ว่าการผ่าตัด, การฉายรังสี และเคมีบำบัด จะเป็นวิธีการรักษามะเร็งที่วงการแพทย์ปัจจุบันยอมรับว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ด้วยผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรงต่อผู้ป่วย เช่น คลื่นไส้, ผมร่วง และการกดภูมิคุ้มกัน ทำให้ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาการรักษามะเร็งด้วยระบบภูมิคุ้มกันบำบัดได้กลายเป็นที่จับตามองของนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศในฐานะมิติใหม่ของการรักษามะเร็ง สำหรับในประเทศไทยมีคณะนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งนำโดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM ที่ได้ศึกษาวิจัยวิธีพิชิตมะเร็งด้วย ภูมิคุ้มกันบำบัด จนประสบณ์ความสำเร็จในปี 2008 โดยมีผลพิสูจน์ชัดเจน การรักษาโรคด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด หรือ Natural Immunotherapy คือการเข้าไปกระตุ้นเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานและการควมคุมของระบบภูมิคุ้มกันให้อยู่ในสภาวะสมดุลเรียกว่าเป็นกลไกธรรมชาติ 100% เม็ดเลือดขาวที่มีอยู่ราว 20,000 – 55,000 ล้านเม็ด เป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่ธรรมชาติสร้างมาให้ต่อสู้กับโรคร้ายด้วยตัวเอง

 
คณะนักวิจัย Operation BIM ได้นำสารสกัดจากมังคุด, ถั่วเหลือง, ฝรั่ง, งาดำ และบัวบก  ที่มีอานุภาพสูงนี้ไปกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้เพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์ T พิฆาต ในร่างกาย ซึ่งมีหน้าที่จัดการกับเซลล์มะเร็งอยู่แล้ว และได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพการสร้างภูมิคุ้นกัน โดยให้อาสาสมัครรับประทาน 4 แคปซูล/วัน เป็นเวลา 15 วัน พบว่า งานวิจัย APCO กระตุ้นเม็ดเลือดขาว Th1 เพิ่มขึ้น 2 เท่า, Th9 เพิ่มขึ้น 2 เท่า และ Th17 เพิ่มขึ้น 5 เท่า (Th เหล่านี้คือเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกัน)  เมื่อเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้น  หลักของภูมิคุ้มกันวิทยาก็คือ มันจะไปกระตุ้น เซลล์ T พิฆาต ซึ่งมีอยู่ในร่างกายให้เพิ่มอานุภาพในการกำจัด เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส เนื้องอก และมะเร็ง วิธีการแบบนี้เป็นวิธีการเฉพาะเจาะจง ได้ผลที่ชัดเจนที่สุด และนี่คือ "นวัตกรรม" มิติใหม่ของการดูแลสุขภาพในการจัดการเซลล์มะเร็ง
 
 
งานวิจัย APCO จัดการเซลล์มะเร็งได้อย่างไร มะเร็งเกิดจากสภาวะภูมิคุ้มกันน้อยเกินไปและเม็ดเลือดขาวเพชฌฆาตไม่สามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งได้การทำงานของผลิตภัณฑ์งานวิจัย APCO ไปกระตุ้นการเพิ่มจำนวนของ Killer T Cell ให้เพิ่มอานุภาพยิ่งขึ้นด้วยการกระตุ้น Th1, Th9 และ Th17 มากกว่าหลายเท่า จึงทำให้ NK Cell และ T Cell เพิ่มอานุภาพในการจัดการเซลล์มะเร็งมากยิ่งขึ้นและยังพบว่าผลิตภัณฑ์งานวิจัย APCO ชนิดน้ำ มีสาร GM1 และ Polysaccharide (พอลิแซกคาไรด์) ที่กระตุ้นให้ NK Cell มีประสิทธิภาพในการจัดการเซลล์มะเร็งเพิ่มขึ้นและยังเพิ่มอานุภาพ Killer T Cell ด้วยการกระตุ้น IL9 และ IL18 และยังสามารถระงับการแพร่ขยายของเซลล์มะเร็งด้วย Alpha Hydroxy Acidc (อัลฟาไฮดรอกซี่เอซิส) ที่ดักจับธาตุเหล็กอิสระที่เซลล์มะเร็งใช้ในการสังเคราะห์ไขมันของเยื่อบุผนังเซลล์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผลิตภัณฑ์งานวิจัย APCO สามารถเพิ่มจำนวน Natural Killer Cell และ Killer T Cells ขึ้นพร้อมๆ กันภายในร่างกายเซลล์ทั้งสองจึงช่วยกันกำจัดเซลล์มะเร็งอย่างปลอดภัยและยังสามารถปรับประสิทธิภาพให้เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามต้องการ



"เกี่ยวกับเรา"
 
 
บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “APCO”) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2531 ภายใต้ชื่อ บริษัท แนทเจอรัล คอสเมติคส์ รีเสิร์ช จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเสริมความงามและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดธรรมชาติ ต่อมาในปี 2548 ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) และวันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 เข้าจดทะเบียนซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ MAI ภายใต้สัญลักษณ์ “APCO”
 
2 มิถุนายน 2531 ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ก่อตั้งบริษัท แนทเจอรัล คอสเมติกส์ จำกัด เพื่อผลิตเครื่องสำอางเพื่อความงามจากงานวิจัยสารสกัดมังคุด และสารสกัดธรรมชาติอื่นๆ
 
12 กรกฎาคม 2548 บริษัท แนทเจอรัล คอสเมติกส์ จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน)
 
4 พฤศจิกายน 2554 บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) เริ่มการจำหน่ายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ MAI
 
ปี 2557 APCO ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ 3 รางวัลจากตลาดหลักทรัพย์ คือ  Best CEO Award, Best Company Performance Award และ the Most Improved CSR Award
 

24 มิถุนายน 2558 นิตยสาร Forbes จัดให้ APCO เป็นบริษัทที่มีผลประกอบการดีเด่น 1 ใน 200 บริษัทในเอเชียมูลค่าต่ำกว่า 1,000 ล้านเหรียญ
 
4 กันยายน 2558 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ รับรองผลงาน APCO cap ให้เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของชาติไทยสำหรับเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ติดเชื้อ HIV ทั่วโลก
 
ปี 2558 APCO ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ 2 รางวัลจากตลาดหลักทรัพย์ คือ  Best CEO Award และ Best Company Performance Award


14 พฤษภาคม 2561 APCO ย้ายหลักทรัพย์เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย



Reference:
- http://www.apco.co.th/scientist.html/
- http://www.apco.co.th/research_operationbim.html/
- http://www.apco.co.th/research-arthrinox.html
- http://www.apco.co.th/background.html/
- https://www.pobpad.com/
- https://en.wikipedia.org/wiki/Cancer
 

 
"พูดคุยกับเรา"

091-5405962
pandajundawong@gmail.com
ภูมิสมดุล บิมร้อย
@tnv8648e
Visitors: 16,196